Ted Lasso

TL,DR : ดูเถอะไม่เสียเวลาเปล่าแน่นอน

Mash :

ก่อนหน้านี้ได้สิทธิ์ในการดู Apple TV+ มาหลายปีแต่ว่าไม่ได้เปิดดูเลย เพราะว่ามันไม่สะดวกต้องเอาคอมมาต่อหรือว่าต้อง Cast ขึ้นจอผ่าน Chromecast แต่ว่าหลังจากที่ได้ AppleTV มาใช้งานแล้วก็ได้ดูบ่อยขึ้นเพราะสะดวกกว่าเดิมมมากเลย (Apple TV นี่ส่วนตัวซื้อมาในจังหวะที่คุ้มมากเลย เดี๋ยววันหลังจะเล่าให้ฟังอีกรอบนะ)

ทีแรกก็แบบว่า Apple TV+ เนี่ยโปรแกรมมันน้อยแล้วก็ไม่ค่อยหลากหลายเหมือนกับ Netflix เลย คือแบบ Content น้อยมาก แต่ว่าพอดูไปเรื่อยๆ อือ น้อยแต่เป็นของดีคัดคุณภาพกันเลย

เมื่อไม่กี่วันนี้มีคนบอกว่า Ted Lasso ดีมากๆ และ Season 2 เพิ่งจะออกมาก็เลยลองดู เปิดดูโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นหนัง Comdy โลกสวย ซึ่งถ้ารู้แต่แรกก็อาจจะไม่ดูนะ ฮ่าๆ ไม่ใช่แนว แต่ว่าพอดูไปแล้วต้องบอกว่าทำให้กลับมานอนดึกไปหลายวันเลย -_- เพราะว่าหยุดไม่ได้ ฮ่าๆ ปกติเวลาที่เราดู series ที่หยุดไม่ได้จะเป็นแนวตื่นเต้น สืบสวนสอบสวน หนีตายอะไรแบบนี้

แต่ว่าเรื่องนี้มันเหมือนเติมเต็มช่องว่างอะไรบางอย่างที่หายไปมานาน เหมือนกลายเป็นเด็กดูละครกัน แล้วก็หนังมันแบบเป็นคนมองโลกในแง่ดีเวลาที่เจอปัญหา แต่ว่าก็ไม่ได้โลกสวยเวอร์ หรือดราม่าจนน่ารำคาญแบบหนังของบางประเทศ อ้อมบอกว่าเราไม่ได้ดูหนังแนวนนี้มานานจริงๆ และไม่ได้หัวเราะดังขนาดนี้มานานแล้วด้วย หนังเค้าให้เรากลับไปสำรวจความคิดอะไรบางอย่างในตัวของเราเหมือนกันนะ แต่ว่าก็ไม่ได้กดดันเป็นการกระตุ้นแบบเบาๆสบายๆ อยากให้ลองดูกันครับ 🙂

Aomm :

มาชบอกว่ามีเพื่อนแนะนำเรื่อง Ted Lasso เราแบบเรื่องไรวะ แล้วบอกหนุกมากดูรวดเดียวจบเลย เราก็แบบ ขนาดนั้นเลยหรอวะ ก็ยังไม่ได้เปิดดูทันทีไรหรอก มู้ดยังไม่มา มานึกๆแล้ว เออแฮะ หนังตลกนี่ดูล่าสุดเมื่อไหร่วะ จำไม่ได้เลย ก็เลยคิดว่าเราคงห่างหายกับหนังชีวิตๆ ไปนานมากจริงๆ ดูแต่อะไรที่มันหวือหวาๆ ไซไฟ อวกาศ โลกอนาคต ย้อนอดีต แอคชันระเบิดดวงดาว บลาๆ แบบไม่รู้ตัว เลยทำให้เรามองข้ามอะไรที่มันธรรมดาๆแบบนี้ หรือเอาจริงๆอาจเพราะชีวิตมันแย่จนแม้แต่การดูหนังเราก็ไม่อยากคิดอะไรกับชีวิตแล้ว อยากหลุดโลกออกไปคิดอะไรๆที่มันไกลๆตัวดีกว่าก็เป็นได้

กลับมาที่ Ted Lasso อยากบอกว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่แบบพาเราคืนสู่สามัญมากๆ ถึงแม้ตัวเอกจะเป็นถึงโค้ชฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีค แต่นั่นก็แค่ Background ที่สมมติขึ้นแต่ดันรู้สึกมีส่วนร่วมเฉย บ้าจริง พอเราเป็นพวกบ้าบอลมันก็ยิ่งทวีความอินมากขึ้นไปใหญ่แฮะ ไม่อยากบอกเลยว่าระหว่างที่ดูเราแอบคิดตลอดเลยว่า เห้อ ถ้าได้ทำงานแบบนี้ เป็นอะไรซักอย่างส่วนหนึ่งเล็กๆของสโมสรฟุตบอลคงจะแฮปปี้มากเลย เสร็จแล้วก็คิดว่า งั้นมึงไปสมัครงานที่สโมสรการท่าเรือสิ โอ๊ะ ปิ๊งวาบเลย ไม่ใช่ว่ะ เราไม่ได้รักสโมสรกีฬา แต่เรารักใน Culture ของภาพจำจากหนังเอย จากสิ่งที่เห็นเวลาดูบอลทุกคืนวันเสาร์เอย ก็ The Way of Seeing น่ะแหล่ะ เลยเพ้อไป ฮ่าๆ

Ted Lasso ดูเผินๆเหมือนเป็นคนล้นๆคนหนึ่ง แต่ลึกๆแล้วเรามองว่าเค้าคือนักแก้ปัญหา หลายๆสถานการณ์ที่หนังหยิบปัญหานั่นนี่ใส่เข้ามา เราก็คิดนะว่า เอ้อ สถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นกู กูจะจัดการยังไงวะเนี่ย แล้วก็จบที่คิดไม่ออกแล้วก็นั่งดู Ted จัดการในแบบของ Ted

หนึ่งอีพีผ่าน สอง สาม สี่ ห้า ค่อยๆเห็นผลของสิ่งที่ Ted แก้ ทำได้ยังไง บางอย่างแก้ไขแต่เหมือนไม่แก้ แต่แม่ง Impact ว่ะ อาจเป็นปัญหาเล็กๆ อาจเป็นแค่ปมในใจของใครบางคน แต่พอจัดการได้มันกลับส่งผลและแผ่ขยายมวลบางอย่างต่อคนใกล้ตัว ต่อทีม ต่อองค์กร ได้อย่างเหลือเชื่อมากๆ

เราในฐานะคนดูคือเอาใจช่วยและสนุกไปกับการเฝ้าดูการจัดการปัญหาของ Ted มากๆ ปัญหาถูกแก้ไขแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะยังคงเป็นผู้ชนะเสมอ ยังต้องรับมือกับอะไรก็ไม่รู้ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นปัญหาของคนอื่น และปัญหาของคนอื่นนี่แหล่ะล้วนส่งผลต่อความเป็นทีมทั้งสิ้น

เรานั่งดูแล้วเก็ทเลย เป็นโค้ชหรือใครที่ต้องบริหารทีมคือยากสัสๆ กูทำไม่ได้แน่นอน ฮือ ดู Ted แล้วท้อแท้ในทัศนคติของตัวเองมาก แต่ข้อดีก็คือเราก็เหมือนได้ฉุกคิดอะไรหลายๆอย่าง เช่น อย่าพยายามไปโค้ชใครเพราะมึงทำไม่ได้ ฮ่าๆ ล้อเล่น คือดูแล้วอยากปรับปรุงตัวเองน่ะ ปรับปรุงความคิด ทัศนคติ จะบอกไงดี คือเรานั่งดูไปหลายๆตอนแล้วเรารู้สึกว่าใจเรามันนุ่มขึ้นแฮะ อยากเป็นคนใจดี อารมณ์ดี ปฎิบัติตัวกับผู้อื่นดีๆ ไรงี้ เว่อป๊ะล่ะ แต่มันรู้สึกงั้นจริงๆนะ ทำได้ไม่ได้คืออีกเรื่อง

อ่านมาถึงตรงนี้อาจรู้สึกว่า คนเหี้ยไรเนี่ย ทำไมมันเพอเฟคจังวะ สงสัยหนังจะรู้เค้าก็เลยโยนปัญหาส่วนตัวที่ Ted เองก็ต้องเผชิญด้วยเหมือนกัน เข้าข่ายแก้ปัญหาให้คนอื่นได้ แต่ปัญหาตัวเองกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า มันเลยสมจริงที่ชีวิตมันก็เป็นเช่นนี้แหล่ะ เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง เก่งทุกอย่าง และปัญหาบางอย่างมันก็เกินกว่าเราจะจัดการได้จริงๆ นอกจากเรียนรู้เพื่อแก้ไขแล้ว เราจึงยังต้องเรียนรู้เพื่อที่จะปล่อยวาง ก้าวผ่าน และเดินต่อไปให้ได้อีกด้วย

ตอนนี้ดูถึง SS2 EP5 แล้วค่ะ อิ่มเอมมากๆ ที่มากกว่านั้นคืออยากไปดูบอลที่อังกฤษมาก ฮือ แย่แล้ว อินจังเลย อยากไปผับ อยากเมา อยากแหกปากร้องเพลงเชียร์บอล ฮ่าๆ อันนี้ไม่เกี่ยวกับ Ted แต่เป็น Mission ส่วนตัวล้วนๆค่ะ

สำหรับ Ted Lasso ถ้าชีวิตกำลังเหี่ยวเฉา ลองมาเยียวยาจิตใจที่เรื่องนี้ได้นะคะ เรียนเชิญ 🙂

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *