Think Again by Adam Grant

Think Again by Adam Grant

วันก่อนไป Kino กับอ้อม แบบว่าไม่ได้มีหนังสือใหม่เข้าบ้านมาสักพักหนึ่งแล้วก็เลยเข้าไปดูกัน เจอหนังสือเล่มนี้เป็น Best Seller อยู่ก็เลยเออไปดูดิ๊ว่าเกี่ยวกับอะไร เปิดเข้าไปก็เห็นว่าอ.ชัชชาติเขียนคำนิยมด้วยแฮะ แล้วแกเขียนดีอ่ะ เขียนจนอยากอ่านเลย มีคุณพอล ภัทรพลอีกคนด้วยซึ่งก็เขียนดีเช่นกัน อ่านคำนิยมของคุณพอลแล้วรู้สึกได้ว่าเค้านี่ไม่ธรรมดาแฮะ ก็เลยตัดสินใจซื้อ

Concept ของหนังสือเล่มนี้ก็คือเรื่องของการคิดใหม่ อะไรที่เราคิดว่าดีแล้ว อาจจะมีจุดบอดที่เรามองข้าม หรือถึงดีแล้วจริงๆ ก็ยังอาจจะมีพื้นที่สำหรับให้พัฒนาต่ออีกก็ได้ หนังสือแบ่งออกเป็นสามส่วน และบทสรุปอีกหนึ่งส่วน … ที่จริงมีส่วนที่เป็น Ref อย่างเยอะสำหรับใครที่คันอยากไปลงลึกต่ออีกด้วย

ส่วนแรกคือการคิดใหม่สำหรับตัวเอง


ในส่วนนี้เค้าดึงเรื่องของ Dunning Kruger Effect ที่โด่งดังมาเล่าให้เห็นภาพบ่อยเลย ใจความคือว่าเวลาที่เราทำอะไรได้ดี ทำอะไรเก่งแล้วเราจะมั่นไง ความมั่นนี่แหละที่น่ากลัว ทำให้เราตกหลุมพรางว่าเราน่ะเจ๋งเลยมองข้ามอะไรบางอย่างแล้วก็มองตัวเองสูงกว่าที่คิด ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าความ Ignorant อ่ะ มันมีอยู่ในตัวทุกคนนี่แหละ ตรงนี้รู้สึกว่าโชคดีมากเลยที่ความสัมพันธ์ของผมกับอ้อมเป็นแบบถ้ามีอะไรที่มีขัดแย้งกันเราก็เถียงกันแบบให้สุดจนได้ข้อสรุปกันทั้งคู่ เราเลยผ่านกระบวนการนี้กันมานับไม่ถ้วนแล้ว พออ่านบทนี้ก็ยังคิดว่า เออโชคดีจริงๆ ที่คน EQ ต่ำอย่างเรา ได้ฝึกอะไรแบบนี้โดยที่มีอ้อมเป็นคนช่วย


ส่วนที่สองคือการคิดใหม่สำหรับคนรอบตัว

ตอนอ่านบทนี้ แว้บแรกของความเกรียนของตัวเราเองก็ดังออกมาในหัวว่า คนแม่งควายแล้วทำไมกูต้องไปช่วยให้มันฉลาดด้วยวะ แต่พอคิดๆไปแล้วก็ยังมีคนที่เราแคร์อีกหลายๆคนที่เราอยากจะแชร์อะไรให้เห็นภาพตรงกัน เช่น ทีมงาน คู่ค้า และอื่นๆ และไม่ใช่แค่นั้น บางทีการที่ได้คุยกับคนที่มีความเห็นไม่เหมือนเรา อาจจะทำให้เราเห็นแง่มุมอะไรเพิ่มเติมต่อตัวเราเองด้วย

ส่วนที่สองนี้เนื้อหาจะเน้นไปเรื่องการสนทนาที่มีประสิทธิภาพซะมากกว่า ทำยังไงให้ผู้ที่มาสนทนาด้วยไม่เปิดการ์ดหรือปิดใจไปซะก่อน ซึ่งคนที่ดีลกับคนอื่นไม่เก่งอย่างผมนี่ก็ถือว่าช่วยได้เยอะเลยเหมือนกัน

ส่วนที่สามคือการคิดใหม่เป็นหมู่คณะ

สำหรับเพื่อนๆที่มีครอบครัว หรือมีเด็กๆในบ้านเนี่ย ผมว่าดีมากๆเลย การสอนให้เด็กคิดเป็นและตระหนักได้ว่าความคิดของเรามันสามารถเติบโตและขยายไปได้เรื่อยๆ มันช่วยปลดโซ่ตรวนทางความคิด ปลดข้อจำกัดในสิ่งที่เรา(เคย)คิดว่าทำไม่ได้ พอคิดว่าถ้าใครมีลูกแล้วเราส่งเสริมเรื่องนี้ให้เค้าเข้าใจแล้วคอยตามดูพัฒนาการ การเติบโตของเค้าก็ยิ่งตื่นเต้นแทน ส่วนผมกับอ้อมที่ตั้งใจแล้วว่าจะไม่มีลูก ผมก็ไล่ดูพัฒนาการของตัวเองและทีมงานในองค์กรที่ดูแลอยู่ก็น่าสนุกไม่แพ้กัน

ส่วนที่ 4 บทสรุป

สามส่วนด้านบนเค้าคุยเหมือนกับให้เราเข้าใจแนวคิดในแง่มุมต่างๆอย่างทั่วถึง จนมาถึงตรงนี้เค้าก็ทำเป็นไกด์ไลน์ให้เราดูว่าจะทำตามแนวทางนี้ได้ง่ายๆได้อย่างไร โดยแบ่งเป็นข้อๆ ค่อยๆทำ ค่อยๆย่อยกันไปครับ

——————————

อ่านจบแล้วรู้สึกยังไง

ร่างกายของเรานับวันมีแต่จะเสื่อมซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึงสมองเราด้วย พออายุมากขึ้นก็อาจจะหลงลืมอะไรมากขึ้น คิดอะไรได้ช้าลง และระบบความคิดการตอบสนองแบบที่เคยทำๆมายาวนานทำให้เราชินกับมันมากขึ้น ประกอบกับทุกคนก็มีความเป็นไดโนเสาร์อยู่ในตัวอยู่แล้วไม่มากก็น้อย การที่เราได้ Think Again ก็น่าจะทำให้เราได้เปิดรับไอเดียใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ๆ นอกจากจะทำให้เราเป็นคนที่ไม่ได้แก่เพราะอยู่นาน และน่าจะช่วยให้เปิดโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานทำธุรกิจต่อไปอีกด้วยครับ

เล่มนี้เลยตั้งใจไว้ว่าจะเป็นหนังสือที่เก็บไว้แล้วเอามาอ่านซ้ำเพื่อรีวิวความคิดตัวเองเรื่อยๆ เผื่อมีช่วงไหนที่หลงลืมทำตัวเป็นคนที่ยึดติดอีกจะได้รู้เท่าทันและได้ปรับปรุงตัวเองเรื่อยๆไปครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save